BOMC Logo

กฎหมายและมาตรฐานอาชีวอนามัย

สรุปสาระสำคัญของข้อกฎหมายที่สถานประกอบการต้องปฏิบัติตาม เพื่อการบริหารจัดการความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยของพนักงานอย่างถูกต้อง

กฎหมายแม่บทเริ่มต้น

Core Legislation

พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ 2554

กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่บริหารจัดการความปลอดภัย และต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด

PRIMARY ACT
พ.ร.บ. ควบคุมโรคฯ 2562

เน้นการเฝ้าระวังเชิงรุก เมื่อสงสัยว่าลูกจ้างป่วยด้วยโรคจากงาน นายจ้างมีหน้าที่ต้องรายงานต่อหน่วยงานควบคุมโรคเพื่อระงับเหตุ

SURVEILLANCE ACT
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน 2541

ฐานรากในการคุ้มครองสิทธิ สวัสดิภาพ และสุขภาพพื้นฐานของแรงงานไทย รวมถึงการกำหนดเวลาทำงานที่เหมาะสม

LABOR PROTECTION

มาตรฐานการตรวจสุขภาพ

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการตรวจสุขภาพลูกจ้าง พ.ศ. 2563

กฎกระทรวงการตรวจสุขภาพลูกจ้าง 2563

“มาตรฐานสำคัญที่นายจ้างต้องตรวจสุขภาพพนักงานตามปัจจัยเสี่ยง โดยมีเงื่อนไขเวลาดังนี้”

30ตรวจครั้งแรกภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มงาน
01ตรวจประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
>3หยุดเกิน 3 วันจากป่วย/อุบัติเหตุ ต้องตรวจก่อนกลับเข้าทำงาน

ปัจจัยเสี่ยง 5 ด้านที่ต้องตรวจ

  • สารเคมีอันตราย
    โลหะหนัก, สารทำละลาย
  • จุลชีวัน
    เชื้อไวรัส, แบคทีเรีย, เชื้อรา
  • รังสี
    รังสีเอกซ์, รังสีแกมมา
  • กายภาพ
    เสียงดัง, ความร้อน, สั่นสะเทือน
  • สภาพแวดล้อมอื่น
    ที่สูง, ที่อับอากาศ

กฎหมายเฉพาะกลุ่ม

Specific Standards

กฎกระทรวงที่อับอากาศ

“กฎหมายงานในที่อับอากาศ พ.ศ. 2547 กำหนดเกณฑ์ความปลอดภัยระดับสูงสุดเนื่องจากเป็นลักษณะงานที่มีอันตรายถึงชีวิต โดยพนักงานต้องผ่านการตรวจสมรรถภาพร่างกายและได้รับใบรับรองแพทย์จากแพทย์อาชีวอนามัยเพื่อยืนยันว่าไม่มีสภาวะที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน ซึ่งครอบคลุมทั้งการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) การตรวจสมรรถภาพปอด (Spirometry) การประเมินสภาวะทางจิตวิทยาเพื่อคัดกรองโรคกลัวที่แคบหรือโรคลมชัก รวมถึงต้องมีผลการตรวจสอบสายตา การได้ยิน และระดับความดันโลหิตที่ปกติพร้อมสำหรับการทำงานในพื้นที่จำกัดอย่างปลอดภัย”

มาตรฐานโรงงาน

“ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมและมาตรฐาน มอก. 2555 มุ่งเน้นการยกระดับสู่กระบวนการเฝ้าระวังสุขภาพ (Health Surveillance) เชิงลึก โดยการนำผลตรวจสุขภาพของพนักงานมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับค่าการวัดสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปฏิบัติงานจริง พร้อมข้อกำหนดให้มีการตรวจสารบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) ในเลือดหรือปัสสาวะเพื่อหาการสะสมของสารเคมีในร่างกายเมื่อพบค่ามลพิษในหน้างานเกินมาตรฐานที่กำหนด (TLV) และต้องมีการจัดทำเอกสารประเมินระดับความเสี่ยงของพนักงานรายบุคคลเพื่อวางแผนการตรวจสุขภาพที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงทั้งขั้นสูง กลาง และต่ำได้อย่างแม่นยำ”